ชื่อเรื่อง : รณรงค์ประชาสัมพันธ์การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
ชื่อไฟล์ : 4mChMpwFri12256.jpg file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
รายละเอียด : รณรงค์ประชาสัมพันธ์การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก คุณทราบหรือไม่ว่า ขยะถุงพลาสติกเป็นภาระอย่างยิ่งในการจัดเก็บ ขนส่งและกำจัด เนื่องจากคุณลักษณะที่เบาบางและมีปริมาณมาก ปะปนกับขยะประเภทอื่นได้ง่าย ซึ่งทำให้การย่อยสลายขยะอื่นเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นยิ่งมีการใช้ถุงพลาสติกมากเท่าไหร่ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกจากการผลิตและกำจัดขยะถุง พลาสติกก็จะยิ่งสูงมากขึ้น จะลดการใช้ถุงพลาสติกได้อย่างไร - นำถุงผ้า หรือ ภาชนะไปใส่ของแทน เช่น จะไปตลาดก็เอากระเป๋าผ้าและกล่องใส่อาหาร ไปใส่ของแทน ไปซื้อกับข้าวก็เอาปิ่นโตไปแทน - ฝึกพูดว่า ไม่เอาถุงค่ะ/ครับ กับคนขายของ ให้เป็นนิสัย - ใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้ - ต้องใช้งานถุงพลาสติกซ้ำจนหมดสภาพการใช้งาน ถ้าคนเราใช้ถุงผ้าสัปดาห์ละ 1 วันจะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุงต่อปี ข้อดีของการใช้ถุงผ้ามีดังนี้ ซักทำความสะอาดได้โดยง่าย นุ่มสบายมือน่าใช้ และไม่ก่อให้เกิดการกดทับอย่างรุนแรงต่อฝ่ามือเท่าถุงพลาสติก ใช้ง่ายขาดยาก ตกแต่งได้ตามสไตล์ที่ชอบ ย่อยสลายได้ ไม่ตกค้างจนเป็นปัญหาในสิ่งแวดล้อม ทนทานและใช้ซ้ำได้มากครั้งกว่าถุงพลาสติก ช่วยลดปริมาณมูลฝอย ไม่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ลดปัญหาโลกร้อน ถุงผ้าดิบจะช่วยลดการเกิดและการปนเปื้อนของสารประกอบไดอ๊อกซินที่เป็นสารก่อมะเร็งที่มีอันตรายต่อชีวิต พกพาติดตัวได้ง่าย และติดรถ พร้อมใช้งานในทุกโอกาส ลดการใช้ถุงพลาสติกและเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าและภาชนะที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม รายงานพิเศษ ถุงขยะพลาสติกสร้างโลกร้อน-ก๊าซเรือนกระจก เร่ง ปรับพฤติกรรมคนไทยหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ภาครัฐ ผนึกกำลัง ภาคเอกชน รณรงค์ลดการใช้พลาสติกและโฟม ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน ในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ เริ่มวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อสร้างวินัยคนไทยหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ขณะที่ปริมาณขยะถุงพลาสติกเพิ่มสูงถึง 2 ล้านตัน "ถุงพลาสติก” เป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมให้อย่างแพร่หลายในประเทศไทยและทั่วโลก ที่มีอายุการใช้งานสั้น แต่อายุการย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมากนักและผลิตได้ครั้งละมากๆ ทำให้เกิดการใช้จนไม่เสียดาย เพราะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ปัจจุบันมนุษย์บริโภคทรัพยากรที่เน้นความสะดวกสบาย ส่งผลให้ขยะจากถุงพลาสติกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกปี โดยไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน หรือ เฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลือเป็นขยะโฟมประมาณ 700,000 ตัน และพบว่า ขยะพลาสติกร้อยละ 50 กำจัดไม่ถูกวิธี ที่สำคัญขยะพลาสติกและโฟมหากใช้วิธีฝังกลบจะใช้พื้นที่มากกว่าขยะปกติถึง 3 เท่า และมีสารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก เนื่องจากถุงพลาสติกทำจากเม็ดปิโตรเลียม ทำให้มีการปนเปื้อนของสารตกค้างในดินและน้ำ ส่งผลก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน จากสาเหตุดังกล่าวที่ทวีความรุนแรงต่อสังคมและคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นการก้าวอีกครั้งของภาครัฐและภาคเอกชนรณรงค์ให้คนไทยหันกลับมาใช้ถุงผ้าลดโลกร้อนแทนถุงพลาสติก หลังในหลายปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยได้เลย หากช่วยกันลดถุงพาสติกคนละ 1 ใบต่อวัน ภายใน 1 ปี จะช่วยลดถุงพลาสติกได้ถึง 24,455 ล้านใบ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยลดค่าใช้จ่ายการจัดเก็บขยะด้วย พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากให้คนไทยทุกคนร่วมรณรงค์ให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกและโฟม เริ่มวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 15 ของเดือน ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมลดใช้ถุงพลาสติก เห็นถึงผลกระทบ และผลเสียของการใช้ถุงพลาสติก ควบคู่กับ การสร้างวินัยการใช้ถุงผ้า ทั้งการจัดกิจกรรมสนับสนุนเชิงรุกและส่งเสริมการลดใช้ถุงพลาสติกในประเทศต่อเนื่อง ถือเป็นการผลักดันให้การจัดการขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติตามแผน Road Map การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายของรัฐบาล ซึ่งจะประเมินตัวเลขการลดใช้ถุงพลาสติกระยะแรกใน 2 เดือน จากนั้นจะประเมินทุก 4 เดือน หากได้รับการตอบรับที่ดี จะเพิ่มวันงดใช้ถุงพลาสติกเป็นสัปดาห์ละ 2 - 3 วัน สำหรับข้อดีของ "ถุงผ้า” ซักทำความสะอาดง่ายไม่ก่อให้เกิดการกดทับเท่าถุงพลาสติก ใช้ง่ายขาดยาก ย่อยสลายได้ไม่ตกค้างเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทนทานและใช้ซ้ำได้ ช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยและก๊าซเรือนกระจก ช่วยลดการปนเปื้อนของสารประกอบไดออกซินที่เป็นสารก่อมะเร็ง พกพาง่ายด้วย สวท.กทม. ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://region8.prd.go.th/ewt_news.php?nid=12933&filename=index_59 ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mnre.go.th/oops/th/news/detail/21615/ ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.diluang.go.th/news/detail/109730/